Search

kmuttbook nru banner mua banner ThaiNRU poster kmutt poster kmutt qrcode

ความเป็นมา

1. ความเป็นมา

1.1 รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเร่งพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยของประเทศสู่ระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยพัฒนาและการฝึกอบรม/ประชุมวิชาการในระดับภูมิภาค ซึ่งนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (2551-2565) ที่มีแนวทางจะจัดมหาวิทยาลัยของไทยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยและมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา

2) กลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเฉพาะทางมหาวิทยาลัย Comprehensive

3) กลุ่มมหาวิทยาลัยสี่ปีและมหาวิทยาลัยศิลปะศาสตร์

4) กลุ่มวิทยาลัยชุมชน

1.2 จากนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติขึ้น โดยบรรจุโครงการนี้ไว้ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 (โครงการ SP2) ในช่วงปี งบประมาณ 2553-2555 และคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการนี้ได้ ซึ่งในการดำเนินงานจะให้ความสำคัญกับ “การเพิ่มสมรรถนะการผลิตผลงานและบุคลากรวิจัยของกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย” ให้สูงขึ้น ควบคู่กับ ”การส่งเสริมการวิจัยในมหาวิทยาลัยทุกกลุ่มอย่างกว้างขวาง”

2. สาระสำคัญของโครงการ

2.1 วัตถุประสงค์

โครงการนีมี้วัตถุประสงค์ที่สำคัญ ได้แก่

1) เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยโดยรวมให้มีศักยภาพด้านการวิจัยที่สูงขึ้น และยกระดับมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพด้านการวิจัยของประเทศสู่มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ที่มีขีดความสามารถระดับโลก (World-Class University)

2) เพื่อผลิตกำลังคนระดับสูงในสาขาวิชาต่างๆ ที่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาภาคการผลิต (Real Sector) ทั้งภาคอุตสาหกรรมและระบบนวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีระดับนานาชาติ

3) เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยพัฒนา และการฝึกอบรมนานาชาติในภูมิภาค (Regional Education Hub)

2.2 เป้าหมาย

โครงการนี้มีเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่

1) ให้ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 7-10 แห่งที่มีศักยภาพในระดับโลก (world class) สามารถสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพสูงและเกิดการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยของไทยเป็น 4 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยและบัณฑิตศึกษา ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

2) กลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง ซึ่งจะมีบทบาทในการสร้างสมรรถนะการผลิตให้กับอุตสาหกรรมและภาคผลิต

3) กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นระดับปริญญาตรี ซึ่งจะมีบทบาทในการพัฒนาการผลิตและธุรกิจท้องถิ่นและช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น

4) กลุ่มวิทยาลัยชุมชน ซึ่งจะมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนการพัฒนากำลังในภาคการผลิตจริงในท้องถิ่น

2) เกิดกลุ่มวิจัยที่ผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติที่สามารถนำผลงานไปใช้ในภาคการผลิต ช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชน และส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการทั้งในด้านการส่งเสริมการส่งออกและทดแทนการนำเข้า

2.3 ระยะเวลาดำเนินงานและงบประมาณที่ได้รับ

โครงการนี้ระยะดำเนินงาน 3 ปี คือระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 2555 และมีงบประมาณทั้งสิ้น 12,202 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เพื่อดำเนินกิจกรรมหลัก 2 กิจกรรม คือ

1) เป็นเงินทุนสนับสนุนมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จำนวน 9,450 ล้านบาท

2) เป็นเงินทุนส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและพัฒนาอาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2,752 ล้านบาท

2.4 แนวทางการดำเนินงาน

โครงการนี้ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมหลักที่สำคัญ 2 กิจกรรมจะมีแนวทางการดำเนินงานโดยสรุป ดังนี้

2.4.1 การพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติจะดำเนินงานโดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการอำนวยการโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานจะเป็นคณะกรรมการที่กำกับดูแลในเรื่องนี้ และจะมีคณะกรรมการอีกหนึ่งชุดคือคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติช่วยดูแลทางเทคนิคและพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ในการดำเนินการจะมีการคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพด้านการวิจัยและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 7-10 แห่ง โดยจะใช้แนวทางการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ Times - QS ที่พิจารณาจากผลการตีพิมพ์งานวิจัยของมหาวิทยาลัยในฐานข้อมูล Scopus ทั้งนี้กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ เป็นเวลา 3 ปี ในวงเงินรวม 9,450 ล้านบาท ซึ่งภายใต้วงเงินดังกล่าวนีจ้ ะมีทัง้ ในส่วนที่ใช้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการวิจัย (Research Infrastructure) และเงินทุนวิจัย (Research Fund) ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยยื่นใบสมัครผ่านระบบ Online ในระหว่างวันที่ 1-10 กรกฎาคม 2552 และจะประกาศผลการคัดกรองเบื้องต้น ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 หลังจากนั้น จะให้มหาวิทยาลัยที่ผ่านการคัดกรองจัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม - 13 สิงหาคม 2552 และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และมีประสิทธิภาพสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศกำหนดการรับสมัครและคัดเลือก รายละเอียดโครงการ แบบฟอร์มเสนอข้อมูล และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้องผ่านทางเว็บไซด์ www.nru.mua.go.th ซึ่งมหาวิทยาลัยและผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ตั้งแต่ วันนี้ (1 กรกฎาคม 2552) เป็นต้นไป

2.4.2 การส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา จะเป็นการให้ทุนวิจัยในลักษณะต่างๆ เพื่อพัฒนาอาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา (Researcher Development) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทางและกลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นระดับปริญญาตรี คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อดำเนินงานประมาณ 2,752 ล้านบาท ทั้งนี้จะมีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอจากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ดังนั้นการดำเนินงานในเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ

2.5 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

คาดว่าในอีก 3 ปี ข้างหน้าประเทศไทยจะมีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 7-10 แห่งที่ติดอันดับสูงขึ้น ใน World University Rankings ตามการจัดอันดับของ Times - QS และมีผลงานวิจัยที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทัง้ สนับสนุนการส่งออก และการทดแทนการนำเข้า ตลอดจนมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ