Search

kmuttbook nru banner mua banner ThaiNRU poster kmutt poster kmutt qrcode

รายละเอียดโครงการ

1. ความสำคัญของโครงการ

1.1 ขีดความสามารถด้านการวิจัยของประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิต ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ และการผลิตผลงานวิจัยซึ่งเป็นฐานสำคัญไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

1.2 จากข้อมูลของสถาบันThe Institute for Management Development (IMD) ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีเรื่องเร่งด่วนที่ควรแก้ไขใน 3 ประเด็น ดังนี้

1.2.1 การเพิ่มการลงทุนเพื่อการวิจัยพัฒนา (R&D) ให้สูงขึ้น

1.2.2 เพิ่มจำนวนและคุณภาพบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา

1.2.3 การส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนามากขึ้น

1.3 ในปี 2551 มีมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ภายใน 500+ อันดับ ของ World University Rankings 2008 ที่จัดทำโดย Times Higher Education- QS จำนวน 25 แห่ง โดยเป็นมหาวิทยาลัยไทย 7 แห่ง สิงคโปร์ 2 แห่ง มาเลเซีย 5 แห่ง ฟิลิปปินส์ 4 แห่ง และอินโดนีเซีย 7 แห่ง อาจกล่าวได้ว่านอกเหนือจากสิงคโปร์แล้วมาเลเซียเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ได้สนับสนุนให้เกิดมหาวิทยาลัยวิจัยเพื่อเข้าสู่การจัดอันดับโลกอย่างจริงจังโดยในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา มาเลเซียสามารถพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยให้เข้าสู่อับดับ 500+ ได้ถึง 5 แห่ง ดังนี้ : Universiti Malaya, Universiti Kabangsaan Malaysia, Universiti Sains Malaysia, Universiti Putra Malaysia และ Universiti Teknologi Malaysia

1.4 สำหรับประเทศไทย มหาวิทยาลัยยังคงเป็นหน่วยผลิตผลงานและบุคลากรวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวกับดัชนีชี้วัดด้านการวิจัยในฐานข้อมูลระดับนานาชาติ Scopus บ่งชี้ว่าผลงานวิจัยกว่า 90% ของประเทศ จะมาจากภาคมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากกลุ่มมหาวิทยาลัยชัน้ นำของประเทศ 7-10 แห่ง

1.5 รัฐบาลชุดปัจจุบัน มีนโยบายเร่งด่วนให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เร่งพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยของประเทศสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยพัฒนาและการฝึกอบรม/ประชุมวิชาการในระดับภูมิภาค ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้ สอดคล้องอย่างยิ่งกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งตามกรอบแผนฯดังกล่าวนี้จะจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยของไทยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยและมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา (2) กลุ่มมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง (3) กลุ่มมหาวิทยาลัยสี่ปี และมหาวิทยาลัยศิลปศาสตร์ (4) กลุ่ม วิทยาลัยชุมชน

1.6 เพื่อให้ประเทศไทยเกิดรูปธรรมของกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยซึ่งสามารถขยับเข้าสู่การจัดอันดับโลก จนสามารถเป็นฐานของ “Regional Education Hub” ได้ ประเทศจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดด้าน R&D ในลักษณะก้าวกระโดด ในขณะเดียวกัน กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยควรมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาของประเทศควบคู่ไปด้วย โดยการทำวิจัยในโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 1 กรกฎาคม 2552 2 หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปญั หาของภาคการผลิตและสังคม รวมถึงการมีส่วนช่วยยกระดับการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาทั้งระบบ

1.7 ดังนั้น โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ทั้งในเรื่องการพัฒนาความเป็นเลิศ และการแก้ปัญหาของประเทศ โดยให้เกิดผลผลิต และผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพอุดมศึกษาของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

2. วิสัยทัศน์

ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติที่มีคุณภาพระดับโลกที่มีบริบทและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เป็นฐานของการพัฒนาภาคการผลิต เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ช่วยยกระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาในทุกกลุ่มและทุกระดับ ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาระดับภูมิภาค และมีขีดความสามารถการแข่งขันที่สูงขึ้น

3. วัตถุประสงค์

3.1 เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยโดยรวมให้มีศักยภาพด้านการวิจัยที่สูงขึ้น และยกระดับมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพด้านการวิจัยของประเทศสู่มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ที่มีขีดความสามารถระดับโลก (World-Class University)

3.2 เพื่อผลิตกำลังคนระดับสูงในสาขาวิชาต่างๆ ที่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาทั้งชุมชนอุตสาหกรรมและระบบนวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีระดับนานาชาติ

3.3 เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา การวิจัยพัฒนา และการฝึกอบรมนานาชาติในภูมิภาค (Regional Education Hub)

4. เป้าหมาย

4.1 มีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติในประเทศไทย 7-10 แห่งที่มีศักยภาพในระดับโลก (world class) ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพสูงและเกิดการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยของไทย 4 กลุ่ม คือ

4.1.1 กลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัยและบัณฑิตศึกษา – เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

4.1.2 กลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง – สร้างสมรรถนะการผลิตให้กับอุตสาหกรรมและภาคผลิต

4.1.3 กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นระดับปริญญาตรี –พัฒนาการผลิตและธุรกิจท้องถิ่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงท้องถิ่น

4.1.4 กลุ่มวิทยาลัยชุมชน -สร้างความเข้มแข็งของชุมชน การพัฒนากำลังในภาคการผลิตจริงในท้องถิ่น

4.2 เกิดกลุ่มวิจัยที่มีเป้าหมายที่สามารถผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติที่สามารถนำไปสู่ภาคการผลิต เพื่อส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีชัน้ สูง สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการส่งออกและทดแทนการนำเข้า

4.3 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ (7-10 แห่ง) เกิดศูนย์เครือข่ายวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญระดับชาติ/นานาชาติ ไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง

4.4 มีการจัดสรรทุนวิจัยประเภทต่างๆ กว่า 2,500 ทุน ใน 3 ปี

4.5 มีการผลิตผลงานวิจัยในระดับสากลเพิ่มขึ้นจากฐานเดิมใน 3 ปี กว่า 6,000 เรื่อง

5. ขอบเขตและวิธีการดำเนินการ

โครงการนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับและดำเนินงานโดยคณะกรรมการ 2 ชุดคือคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการดำเนินงาน ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมหลักสำคัญ 2 กิจกรรม คือ การพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา การพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติโครงการนี้จะทำการคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพด้านการวิจัยและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์กำหนด จำนวน 7-10 แห่ง เพื่อพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ โดยจะมีแนวคิดในการพัฒนา แผนการดำเนินงาน เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก และการติดตามผลการดำเนินงาน รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือก สรุปได้ดังนี้

5.1.1 แนวคิดการพัฒนามหาวิทยาลัยไทยสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย แห่งชาติ ใช้ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย THE-QS (พิจารณาจากผลการตีพิมพ์ในฐาน Scopus) ซึ่งแบ่งเป็น 5 กลุ่มสาขา คือ Arts & Humanities, Social Sciences, Technology, Life Sciences & Biomedicine และ Natural Sciences ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ เป็นกลไกในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยในกลุ่มเป้าหมายมุ่งสู่การแก้โจทย์วิจัยที่เป็นปัญหาของประเทศโดยมี Roadmap ที่ชัดเจน ใช้แนวทางการมีอิสระในการบริหารจัดการภายใน และความมีศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาที่จะสามารถวางทิศทางและเอกลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

5.1.1.3 ให้อิสระในการบริหารจัดการภายในตามเอกลักษณ์และความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของแต่ละสถาบัน โดยมีระบบการวางแผนติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและโปร่งใส

5.1.1.4 สร้างนวัตกรรมระบบการจัดสรรทุนมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติให้มีความคล่องตัว เพื่อให้เกิดความเชื่อมัน่ ต่อการดำเนินการ ก้าวสู่ความเป็นนานาชาติ

5.1.1.5 สร้างนวัตกรรมที่เกิดจากความมีอิสระทางความคิด โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่แตกต่างจากการวางแผนภายใต้ระบบราชการ

5.1.2 แผนการดำเนินงาน

เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานโครงการนี้ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงได้จัดทำแผนที่จะดำเนินการคัดเลือกและประกาศผลมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2552