Search

kmuttbook nru banner mua banner ThaiNRU poster kmutt poster kmutt qrcode

แผน/โครงการเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

แผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

1) การสำรวจและประเมินสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในที่สำคัญ

ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงของบริบทต่างๆ และพลวัตของสถานการณ์ทั้งในระดับโลกและประเทศ ตั้งแต่กระแสโลกาภิวัตน์ การเปิดเสรีทางการค้าและบริการทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความขัดแย้งทางการเมือง การทหาร ปัญหาการก่อการร้าย โรคระบาดหรือโรคอุบัติใหม่ ความเสื่อมโทรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดวิกฤตทางการเงินและเศรษฐกิจของโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาและวิจัยของมหาวิทยาลัยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ในการเตรียมความพร้อมดังกล่าว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐแห่งแรกของประเทศ มีการตั้งหน่วยงาน (สวนอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ และสำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) และพัฒนากลไกที่สามารถบูรณาการการศึกษา วิจัยพัฒนาและบริการวิชาการเข้าด้วยกันโดยใช้ห้องปฏิบัติการวิจัยเป็นแกน มีการจัดงบประมาณในรูปกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านงานวิจัย มีการเพิ่มพนักงานสายนักวิจัยซึ่งเท่าเทียมกับสายอาจารย์ในโครงสร้างบุคลากรและใช้การบริหารจัดการแบบ Performance Based Budgeting System (PBBS) ด้วยเหตุนี้ มจธ. จึงมีความพร้อมในการเป็นแหล่งสร้างและผลิตกำลังคนระดับสูงที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญเพื่อให้ไปทำงานในหลายๆ พื้นที่ในโลกได้ มีความสามารถด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้บริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงความพร้อมในการเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่สนับสนุนอุตสาหกรรมฐานความรู้ของประเทศไทยในอนาคต

มจธ. มีเป้าหมายไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัยดังเห็นได้จากวิสัยทัศน์ และได้ตัดสินใจใช้การบริหารงานวิจัยใน รูปคลัสเตอร์ ซึ่ง มจธ. มีประสบการณ์กับคลัสเตอร์นำร่องมากว่า 20 ปี ทั้งนี้จากการประเมินตนเองทั้งทรัพยากรบุคคลเครื่องมือและผลงานในอดีต พบว่าคลัสเตอร์หลักๆ ที่มีความแข็งแกร่งและพร้อม ได้แก่ พลังงานและสิ่งแวดล้อม วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ เทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร และกลุ่มวิจัยใหม่ๆ เพื่อเสริมความเข้มแข็ง ได้แก่ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิศวกรรมชีวภาพ ซึ่งการบรูณาการระหว่างศาสตร์ด้านชีววิทยากับวิศวกรรมศาสตร์ การผลิตและระบบอัตโนมัติ และกลุ่มเทคโนโลยีฐาน (Platform Technology) ทางด้านการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ และ Socio/Techno-economic มจธ. จึงพร้อมที่จะผลักดันให้คลัสเตอร์เหล่านี้พัฒนาเป็นศูนย์วิจัยระดับชาติในอนาคตอันใกล้นี้ได้

2) การมองภาพมหาวิทยาลัยปัจจุบันและอนาคต (Present and Future Pictures of the University)

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มีวิทยาเขตรวมทั้งสิ้น 3 แห่ง คือ มจธ. บางมด มจธ. บางขุนเทียน และ มจธ. ราชบุรี รวมกับหนึ่งศูนย์ในเมือง คือ Bangkok Code ซึ่งการพัฒนาแต่ละวิทยาเขตแตกต่างกันตามพันธกิจ และวางจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

มจธ. บางมด : เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการเป็นผู้นำด้านการเรียนรู้ ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร์ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการเรียนรู้ สำนักหอสมุด สำนักคอมพิวเตอร์ และสำนักงานอธิการบดี

มจธ. บางขุนเทียน : เป็นสวนอุตสาหกรรมของมหาวิทยาลัย เน้นการทำวิจัยและพัฒนา และสนับสนุนการผลิตบัณฑิตโดยเฉพาะบัณฑิตศึกษาที่มีความสามารถทางวิชาการในระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่ Knowledge-based & Creative Economy ประกอบด้วย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ และสำนักสวนอุตสาหกรรม

มจธ. ราชบุรี : มุ่งเป็นมหาวิทยาลัยของภูมิภาคตะวันตกที่ตอบสนองความต้องการพื้นที่เป็นหลักโดย มจธ. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมจากหลายส่วน เพื่อร่วมกันทำตอบโจทย์ท้องถิ่น และโจทย์พื้นที่ภาคตะวันตกและภาคกลางตอนล่าง และผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ สร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน เพื่อสร้างธุรกิจใหม่และสร้างสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยกระดับมาตรฐานการศึกษาของเยาวชนในท้องถิ่น จังหวัดราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง

มจธ. ศูนย์ในเมือง: มุ่งเป็นวิทยาเขตในเมือง ตั้งอยู่ในที่มีการคมนาคมสะดวกและปลอดภัย ให้บริการประชาชนในเมืองเป็นหลัก โดยเฉพาะทางด้านการบริหารจัดการ ไอที และการออกแบบ รวมถึงเป็นสถานที่นัดหมาย และเป็น หน้าด่านที่ให้ความสะดวกในการติดต่อของภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีหน่วยงานในกำกับ คือ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Joint Graduate School of Energy and Environment - JGSEE) และโรงเรียนดรุณสิกขาลัย (e-School) ที่บริหารจัดการการเรียนการสอนที่เป็นการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ด้วยปัญญา

ในอนาคต มจธ. ได้วางตำแหน่งเป็นองค์กรที่มีขนาดกลาง ที่เป็นเลิศทางวิชาการและวิจัย โดยบุคลากรมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเสริมให้สามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่เน้นวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับ 1 ในอาเซียน ในช่วงแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2555) และในแผนพัฒนาระยะยาวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หรือ Roadmap 2020 มหาวิทยาลัยตั้งเป้าหมายจะเป็น 1 ใน 10 ของเอเชีย

3) การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT)

จุดแข็ง จากการที่ มจธ. เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกที่เปลี่ยนสถานภาพมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล ทำให้ มจธ. มีอิสระในการบริหารจัดการภายในภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัย ทำให้การบริหารจัดการมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง และเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางที่มีพื้นฐานวิชาการที่เข้มแข็ง โดยมีผลงานเป็นที่ปรากฏและอ้างอิงได้ รวมทั้ง เป็นองค์กรที่มีขนาดกลางทำให้การบริหารจัดการไม่ยุ่งยากซับซ้อน

บุคลากรของมหาวิทยาลัยมีความสามารถทางวิชาการและวิจัย มีความขยัน อดทน เสียสละ และทำงานหนัก รวมทั้งการมีแผนการพัฒนาบุคลากรทุกระดับชั้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการมีวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสและส่งเสริมให้บุคลากรได้แสดงศักยภาพ ทั้งในองค์กรวิชาชีพภายนอกและภาคอุตสาหกรรม

บัณฑิตของมจธ. เป็นที่ต้องการของผู้ใช้ มีทักษะและศักยภาพเป็นที่ต้องการ เนื่องจาก มจธ. มีการเน้นการทำวิจัย และปฏิบัติการ ควบคู่กับการเรียนการสอน ตลอดจนมีเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนและวิจัยที่ทันสมัย

จุดอ่อน การเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีจุดอ่อนทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ มีกำลังคนพร้อมแต่มีช่องว่างของประสบการณ์ระหว่างอาจารย์เนื่องจากมีอาจารย์ใหม่ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการพัฒนา และอาจารย์มีภาระงานสอนค่อนข้างมาก เนื่องจากมหาวิทยาลัยต้องผลิตคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นที่ต้องการสำหรับการพัฒนาประเทศ

โอกาส ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีพลวัต ส่งผลให้ประเทศไทยยังขาดแคลนศาสตร์ใหม่ๆ องค์ความรู้ และกำลังคนระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และแรงงานที่มีฝีมือ ความรู้ขั้นสูง และทักษะที่สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมและงานบริการ นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีความต้องการในการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ จากความต้องการของประเทศดังกล่าวข้างต้น ทำให้ มจธ. ซึ่งมีทรัพยากรบุคลากรและวิชาการ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง และมีศักยภาพในการสร้างและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยผลิตได้ให้กับภาคอุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการเป็นมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ในระดับภูมิภาค

ภัยคุกคาม ปัจจุบันมีการแข่งขันจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าการแข่งขันจะเข็มข้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งการเปิดเสรีทางการค้าและบริการ โดยเฉพาะด้านการศึกษาซึ่งทำให้ มจธ. ต้องแข่งขันกับสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณเพื่อการอุดมศึกษาและวิจัยของประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มั่นคง และผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจถอดถอยทั้งระดับโลกและประเทศ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบให้กับมหาวิทยาลัยได้

4) วิสัยทัศน์ (Vision) ของการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากวิสัยทัศน์5 มุ่งของ มจธ. ซึ่งประกอบด้วย 1) มุ่งมั่นเป็นมหาวิทยาลัยที่ใฝ่เรียนรู้ 2) มุ่งสู่ความเป็นเลิศในเทคโนโลยีและการวิจัย 3) มุ่งธำรงปณิธานในการสร้างบัณฑิตที่เก่งและดี 4) มุ่งสร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้เป็นที่ภูมิใจของประชาคม และ 5) มุ่งก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับโลก และในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายหรือเรือธง (Flagships) อันหนึ่งได้แก่ การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งเป็นการถอดวิสัยทัศน์ในมุ่งที่สองคือมุ่งสู่ความเป็นเลิศในเทคโนโลยีและการวิจัย จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยมีการตั้งวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยวิจัยอย่างชัดเจน

5) พันธกิจ (Mission) การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินภารกิจเพื่อ 1) พัฒนาบุคลากรและนักศึกษา ให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ 2) พัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ และประกันคุณภาพการศึกษา และระบบการบริหารงานให้มีคุณภาพ และ 3) วิจัยและนำผลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างองค์ความรู้และการพัฒนาประชาคมไทย

6) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์

6.1) เพื่อสร้างความสามารถทางวิชาการและวิจัยด้านสหวิทยาการ ในการรองรับเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technology) โดยมีกลยุทธ์ คือ ส่งเสริมความสามารถทางวิชาการและวิจัยทางด้านสหวิทยาการในระดับนานาชาติ

6.2) เพื่อขยายฐานความรู้เชิงวิชาการและวิจัย ทำให้องค์กรอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์ คือส่งเสริม

การสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางด้านวิชาการ วิจัยและบริการวิชาการทั้งภายในและภายนอกประเทศ

6.3) สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาความเป็นสากล โดยมีกลยุทธ์ได้แก่ ส่งเสริมหลักสูตร การเรียนการสอน วิจัย พัฒนานักศึกษา/บุคลากรและปรับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่เป็นนานาชาติ

7) การวางกลยุทธ์ (Strategic Map) เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

การวางแผนในการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย (ดู Strategic Map) โดยมีรูปแบบการบริหารจัดการที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและคล่องตัวเพราะการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีการนำระบบบริหารงานวิจัยที่เรียกว่าคลัสเตอร์และมีแผนในการนำไปขยายผล (รายละเอียดจะนำเสนอในแผนปฏิบัติการต่อไป) สำหรับโครงสร้างบริหาร (Management Structure) ของโครงการมหาวิทยาลัยวิจัย ดังรูปที่แสดงด้านล่างนี้ สำหรับทรัพยากรบุคคล (Human Resource) มหาวิทยาลัยมีแผนในการสร้างและพัฒนาบุคลากร และเตรียมระบบรองรับการทำงานแบบกลุ่มคลัสเตอร์ และกระบวนการจัดการ (Process) เพื่อผลัก มจธ. ให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ในอนาคต

8) รูปแบบการดำเนินการ (Operating Model) เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

การขับเคลื่อน มจธ. ไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยจะผลักดันคลัสเตอร์วิจัยที่มหาวิทยาลัยมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ได้แก่ คลัสเตอร์วิจัยหลักทางด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ โดยในกลุ่มวิจัยนี้มีแผนจะผลักดันให้ศูนย์นวัตกรรมงานวิจัยด้านวัสดุ (Materials Research Innovation Center: MRIC) และศูนย์วิจัยกลศาสตร์และวัสดุวิศวกรรม (Center for Engineering Mechanics and Materials Research: MecMat) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีวัสดุที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร มีผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และมีบทบาทในอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท คลัสเตอร์วิจัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มวิจัยที่มีเครือข่ายวิจัยและวิชาการทั้งในและต่างประเทศ มีแผนจะผลักดันศูนย์แห่งชาติด้านนโยบายพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโลก คลัสเตอร์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ และอาหาร พร้อมผลักดันศูนย์ทางด้าน Systems Biology ให้เป็นศูนย์วิจัยแห่งชาติ เนื่องจากเป็นกลุ่มวิจัยที่มีความพร้อมทั้งบุคลากรครุภัณฑ์วิจัย และเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันจะผลักดันคลัสเตอร์วิจัยที่มีวิศวกรรมศาสตร์เป็นฐานทางด้านการผลิตและระบบอัตโนมัติ โดยจะบูรณาการงานวิจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยแห่งชาติในระยะเวลา 3 – 6 ปี นอกจากนี้ เพื่อเป็นการวางรากฐานและสร้างความเข้มแข็งทางด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและวิศวกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยจึงให้ความสำคัญกับโครงการวิจัยทางด้านนี้ในระยะ 3 ปีแรกด้วย เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยแห่งชาติในระยะเวลา 10 ปี

มหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ที่จะต้องสร้างคลัสเตอร์วิจัยที่มีความจำเป็นและเป็นฐานสนับสนุนสำคัญในการพัฒนาทางวิจัยในคลัสเตอร์วิจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน คือ คลัสเตอร์วิจัยการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ โดยจะช่วยพัฒนาวิธีการคำนวณทางวิศวกรรมรูปแบบใหม่ และการบริหารจัดการสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญประกอบอยู่ในงานวิจัยของคลัสเตอร์วิจัยหลักต่างๆ โดยในการทำงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องมีการวิจัยเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งยังเป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางสังคมของมหาวิทยาลัย และเป็นงานวิจัยที่ มจธ. มีความสามารถ

นอกจากนั้น ในการดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่ดีและมีความยืดหยุ่นในทุกๆ มิติ ตั้งแต่การบริหารทรัพยากร งบประมาณ และบุคลากร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงานวิจัย เช่น กองทุนเพื่อการวิจัย ครุภัณฑ์วิจัย ห้องปฏิบัติการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ซึ่งมหาวิทยาลัยได้สร้างศักยภาพแล้วในระดับหนึ่งและมีแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในอนาคต

9) ดัชนีชี้วัด (Key Performance Indicator) ของการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

9.1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจัดรับการอันดับ 400+ ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภาพรวมหรือในสาขาเทคโนโลยี ของ THE QS

9.2) มหาวิทยาลัยมีแผนพัฒนาให้เกิดศูนย์วิจัยแห่งชาติ (National Research Centre) ดังต่อไปนี้

 10) แผนที่นำทาง (Road Map) หรือกรอบระยะเวลา (Time Line) และผลสำเร็จที่สำคัญในการดำเนินการ (Milestones)